26 มกราคม 2569

โลจิสติกส์ คืออะไร? องค์ประกอบสำคัญและการบริหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

โลจิสติกส์ คืออะไร

โลจิสติกส์ คืออะไร? องค์ประกอบสำคัญและการบริหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

โลจิสติกส์เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยเป็นกระบวนการที่ช่วยให้การเคลื่อนย้ายและการจัดเก็บสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นำไปสู่การลดต้นทุนและสร้างผลกำไรให้บริษัทอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังช่วยสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า ดังนั้นในบทความนี้จะกล่าวถึงความหมายในประเด็นที่ว่าโลจิสติกส์ คืออะไร ข้อดีและประโยชน์ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลมีอะไรบ้าง

ความหมายและความสำคัญของโลจิสติกส์

โลจิสติกส์ คือ กระบวนการจัดการทรัพยากรและสินค้า ตั้งแต่การจัดหา เก็บรักษา และขนส่งไปยังปลายทาง เดิมทีเป็นกระบวนการที่ใช้เฉพาะทางการทหาร แต่ต่อมาได้พัฒนาให้ครอบคลุมกิจกรรมทางธุรกิจหลายอย่าง ทั้งด้านการผลิตและการกระจายสินค้า โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าปลีก และลูกค้า ด้วยกระบวนการบริหารการไหลของสินค้าและข้อมูล ซึ่งระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพและดำเนินงานได้อย่างราบรื่น จะช่วยให้ซัปพลายเชนสามารถตอบสนองตลาดได้เร็วโดยใช้ต้นทุนต่ำ

องค์ประกอบหลักของโลจิสติกส์

  • การขนส่ง (Transportation) – การเคลื่อนย้ายสินค้าจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ครอบคลุมตั้งแต่การวางแผน การดำเนินการ และการจัดการเคลื่อนย้ายสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าถูกส่งไปยังสถานที่ที่ถูกต้อง ในเวลาที่เหมาะสม โดยใช้งานระบบขนส่งหลากหลายประเภทตามความเหมาะสม เช่น ทางถนน ทางราง ทางอากาศ ทางทะเล และทางท่อ
  • การจัดเก็บสินค้า (Warehousing) – การเก็บรักษาสินค้าและบริหารสินค้าอย่างเป็นระบบ จนกว่าจะถึงกำหนดการกระจายหรือการขาย โดยต้องทำให้มั่นใจว่าสินค้าปลอดภัย ไม่มีโอกาสชำรุดเสียหาย เข้าถึงได้ง่าย และจัดเรียงไว้อย่างเหมาะสมเพื่อความสะดวกในการนำออกมาใช้
  • การบริหารสินค้าคงคลัง (Inventory Management) – กระบวนการกำกับดูแลและควบคุมสินค้าคงคลัง เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บ ลดการเสื่อมสภาพของสินค้า และลดการสูญเสียในด้านต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมทั้งการสั่งซื้อ การจัดเก็บ ไปจนถึงการขายวัตถุดิบ ชิ้นส่วน และสินค้าสำเร็จรูป
  • การประมวลผลคำสั่งซื้อ (Order Processing) – กระบวนการทำงานหลังจากลูกค้าทำการสั่งซื้อ  เริ่มตั้งแต่การตรวจสอบคำสั่งซื้อ จัดหาสินค้า บรรจุ และจัดส่ง โดยต้องทำให้แน่ใจว่าการส่งมอบได้ดำเนินการตรงเวลา และหลังการส่งมอบ ลูกค้าพึงพอใจในสินค้ารวมถึงการบริการ
  • การประสานงานซัปพลายเชน (Supply Chain Coordination) – การจัดวางกลยุทธ์ในการทำงานร่วมกันระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในซัปพลายเชน ด้วยการสื่อสารและการแบ่งปันข้อมูลอย่างเปิดเผย เพื่อการตัดสินใจ รวมถึงการวางแผนร่วมกัน ในการสร้างกระบวนการทำงานที่มีความสอดคล้องกันทั้งระบบ

บทบาทของเทคโนโลยีในการบริหารงานโลจิสติกส์

การบริหารจัดการโลจิสติกส์ในปัจจุบันมักใช้ซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีเฉพาะทางเพื่อทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มความรวดเร็ว เช่น ระบบบริหารจัดการการขนส่ง (: TMS) ระบบ TMS คือแพลตฟอร์มที่ช่วยธุรกิจในการวางแผน ดำเนินการ และเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายสินค้า เพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และลดต้นทุน โดยบูรณาการร่วมกับ ระบบ ERP () ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการทรัพยากรขององค์กรอย่างครบวงจร โดยรวมข้อมูลและกระบวนการจากหลายแผนกมาอยู่ในระบบเดียว เพื่อให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส ทั้งนี้การเชื่อมโยงสองระบบเข้าด้วยกันจะมีประโยชน์ คือ

  1. ลดการทำงานซ้ำซ้อน – การเชื่อมโยงระบบ TMS และระบบ ERP เข้าด้วยกันจะช่วยให้พนักงานไม่ต้องลงข้อมูลชุดเดียวกันซ้ำ ๆ ในแต่ละระบบ ทำให้การสื่อสารและการทำงานร่วมกันระหว่างแผนกต่าง ๆ ภายในองค์กรเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งในการป้องกันความผิดพลาด
  2. เพิ่มความแม่นยำ – การเชื่อมโยงระบบ ERP และระบบ TMS ช่วยให้ข้อมูลคำสั่งซื้อกับข้อมูลการจัดส่งมีรายละเอียดเป็นข้อมูลชุดเดียวกันเสมอ กำจัดการแยกตัวของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพเมื่อมีการปรับปรุงข้อมูลการดำเนินการข้ามสายงาน ทำให้ฝ่ายปฏิบัติการและบริการลูกค้าเห็นความคืบหน้าของการจัดส่งแบบเรียลไทม์
  3. เร่งกระบวนการส่งมอบ – เมื่อคำสั่งซื้อถูกส่งจากระบบ ERP ไปยังระบบ TMS โดยอัตโนมัติ การวางแผนการจัดส่ง การขนส่ง และการส่งมอบย่อมทำได้เร็วขึ้น โดยองค์กรสามารถจัดสรรและใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกด้านของการดำเนินงาน
  4. การติดตามผล – ต้นทุนการขนส่งซึ่งถูกบันทึกในระบบ TMS สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังข้อมูลคำสั่งซื้อในระบบ ERP ทำให้การรายงานแม่นยำขึ้น และด้วยมุมมองแบบองค์รวม องค์กรสามารถตัดสินใจโดยการอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์ ทำให้เกิดการขับเคลื่อนการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
  5. รองรับการขยายตัว – การบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ จะทำให้วิเคราะห์แนวโน้มข้อมูลในอดีตร่วมกับข้อมูลการดำเนินงานปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานในการรองรับความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกันจะช่วยให้ทีมสามารถจัดการงานจำนวนมากด้วยทรัพยากรเท่าเดิมหรือน้อยกว่า

แนวโน้มโลจิสติกส์ดิจิทัล

การบริหารจัดการโลจิสติกส์มีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • การใช้ AI เพื่อการทำงานอัตโนมัติ (AI-driven automation) – ระบบปัญญาประดิษฐ์ถูกนำมาใช้มากขึ้นในกระบวนการโลจิสติกส์ เพื่อให้การตัดสินใจในงานที่ต้องทำเป็นประจำ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เช่น การกำหนดเส้นทาง การบริหารสินค้าคงคลัง สนับสนุนให้การดำเนินงานมีความคล่องตัวมากขึ้น
  • การมองเห็นแบบเรียลไทม์ (Real-time visibility) – เทคโนโลยี IoT และบล็อกเชนช่วยเพิ่มการมองเห็นกระบวนการต่าง ๆ ในซัปพลายเชนได้อย่างละเอียด เพิ่มความปลอดภัยในการบริหารจัดการ ทำให้สามารถติดตาม จัดการสินค้า แก้ไขปัญหาเชิงรุก และตรวจสอบย้อนกลับได้ง่าย เพิ่มความโปร่งใสในซัปพลายเชนทั้งหมด
  • การวิเคราะห์เชิงคาดการณ์ (Predictive Analytics) – ระบบจะใช้ข้อมูลเพื่อพยากรณ์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงคาดการณ์ปัญหาที่จะทำให้ซัปพลายเชนหยุดชะงัก ปรับปรุงสินค้าคงคลัง และช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • แพลตฟอร์มบนคลาวด์ (Cloud-Based Platforms) – รวมเครื่องมือหลายอย่างไว้ในแดชบอร์ดเดียว เพื่อบูรณาการกระบวนการทำงานร่วมกันและลดความซับซ้อน
  • ความยั่งยืนและโลจิสติกส์สีเขียว (Sustainability and Green Logistics) – บริษัทต่าง ๆ มุ่งเน้นการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ด้วยแนวคิดความยั่งยืน โดยการปรับเปลี่ยนเป็นยานพาหนะที่ประหยัดพลังงาน การควบคุม ติดตาม และรายงานการปล่อยก๊าซ CO₂ รวมถึงการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ ลดต้นทุนวัตถุดิบ และลดปริมาณของเสีย

การแข่งขันและความยั่งยืนในซัปพลายเชน

การแข่งขันในซัปพลายเชนจะถูกขับเคลื่อนโดยการผสมผสานระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน ซึ่งหลักความยั่งยืนที่เป็นส่วนสำคัญประกอบด้วย

  • การปรับตัวตามหลัก ESG (Adapting to ESG Principles) – องค์กรต้องปรับแนวทางการดำเนินงานของซัปพลายเชนให้สอดคล้องกับหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance) เพื่อตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคและนักลงทุน
  • การเพิ่มความยืดหยุ่น (Enhancing Resilience) – การบริหารจัดการซัปพลายเชนต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรับมือกับปัญหาและการเปลี่ยนแปลง โดยต้องสามารถดำเนินงานได้แม้อยู่ในสภาวะไม่แน่นอน
  • การสร้างนวัตกรรมในการจัดการซัปพลายเชน (Innovating Supply Chain Management) –  การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงกับระบบการวิเคราะห์เชิงคาดการณ์มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริม และสนับสนุนให้บริษัทสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาด และความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
  • การส่งเสริมความยั่งยืน (Fostering Sustainability) – องค์กรต้องให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในซัปพลายเชน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวไม่เพียงจะช่วยลดต้นทุน แต่ยังเสริมสร้างชื่อเสียงของแบรนด์และความภักดีของลูกค้า

การบริหารงานโลจิสติกส์ในปัจจุบันและอนาคตมีแนวโน้มที่จะใช้ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมากขึ้น เครื่องมือเหล่านี้สนับสนุนให้กระบวนการทำงานปรับเปลี่ยนสู่ระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ มีความยืดหยุ่น สามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับองค์กร

ข่าวสารและบทความ

โลจิสติกส์ คืออะไร
26 มกราคม 2569

โลจิสติกส์ คืออะไร? องค์ประกอบสำคัญและการบริหารด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

อธิบายโลจิสติกส์คืออะไร ความสำคัญ องค์ประกอบหลัก บทบาทของ TMS และ ERP พร้อมแนวโน้มโลจิสติกส์ดิจิทัลและซัปพลายเชนยุคใหม่

ระบบ hr คืออะไร
22 มกราคม 2569

ระบบ HR คืออะไร? บทบาทของเทคโนโลยีกับการบริหารทรัพยากรบุคคลในยุคดิจิทัล

ระบบ HR คืออะไร ทำไมองค์กรยุคดิจิทัลต้องใช้เทคโนโลยีบริหารทรัพยากรบุคคล ครอบคลุมการสรรหา เงินเดือน ประเมินผล และการเชื่อมต่อ ERP

วางระบบบัญชี
21 มกราคม 2569

รู้จักการวางระบบบัญชีธุรกิจขนส่งต้องทำยังไง ทำไมจึงสำคัญ

วางระบบบัญชีต้องเริ่มอย่างไร ทำไมจึงสำคัญ รวมขั้นตอนการจัดการบัญชี เอกสาร นโยบายบัญชี และระบบ TMS / ERP เพื่อควบคุมต้นทุน ลดความเสี่ยง และเพิ่มกำไรธุรกิจ